Quotations

เพลงจากหนังอีกแล้ว

posted on 23 Dec 2008 10:57 by dekchart04  in Quotations

 

 

เพียงหนึ่งบทเพลงที่แผ่วโหย

ดอกไม้ในใจยิ่งเปลี่ยวเหงา

เพียงหนึ่งความฝันที่เพริศพราว

เสมือนดั่งขุนเขาขวางทาง

เพียงหนึ่งความฝันที่นุ่มนวล

ยังสะกิดแผลให้ร้าวระบม

เพียงหนึ่งหยดน้ำที่ร่วงหล่น

ความชิงชังนั้นกลับเลือนหาย

ข้าให้ท่านหมดหัวใจที่จะมอบให้

แต่ไฉนมิอาจนำพาท่านคืนมา

ต่อจากนี้ข้าคงอยู่กับเพียงเงา

เฝ้ามองผ่านม่านลมฝนแห่งวันวาน

 

 

-----

อันนี้ก็ลอกเค้ามา

เป็นเพลงที่อยู่ในหนังจีนเรื่องนึงที่เราก็ยังไม่เคยดู

แต่แค่อ่านเนื้อเพลงก็ทำเอาอึ้งไปหลายนาที

รุ่นพี่คนนึงเค้าถึงกับลงทุนคัดลอกเอามาจากในdvd

เราเลยได้อานิสงส์ เอามาเผื่อแผ่เพื่อนๆ ในนี้ด้วย

อาจจะไม่อินกับใครบางคน

แต่ก็อินกับเราในนาทีนี้มากเลย

 

 

ขอให้เจริญในสุขจ้า

หยิน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เก็บกวี เอามาฝาก

posted on 11 Dec 2008 13:36 by dekchart04  in Quotations

 

เมื่อคืนในขณะที่กำลังพยามแสร้งทำเป็นทราบซึ้งกับบทกวีนี้ (ไม่ได้เขียนผิด ทราบ ซึ้ง จริงๆ)

ก็มีโศกนาฏกรรมของแมวดำใจสลายมากแทรกกลาง

 

วันนี้เลยเอากวีมาแบ่ง คือไม่เกี่ยวอะไรกับประโยคข้างบนทั้งสิ้น

แต่คิดว่าเท่ดี

 

แม่ง อ่านบทกวี ทำเอ็มวีประกอบ แถมอัพลงยูทูปเต็มไปหมด

มีคำแปลมาให้ด้วย

เผื่อจะมีคนแบบเราเยอะ 

คือพูดภาษาแม่_ง เพียงภาษาเดียว

 

 

เจริญในสุขนะทุกคน

 

 





การเดินทางด้วยรถไฟ
 
ผมว่าเรื่องราวความรักนั้นเหมือนการเดินทางด้วยรถไฟ
แล้วเวลาเห็นผู้โดยสารพวกนี้ ผมก็อยากจะเดินทางไป
นายว่ามีคนรอบนชานชลากันมากมาย เพราะอะไร
นายว่าคนเรากลัวมาสายขนาดนั้นกัน ทำไม

รถไฟนั้นชอบออกในเวลาที่เราไม่นึกว่าใช่
และใต้สายตาหมดท่าของพยาน เรื่องราวความรักก็พานายไป
พยานพวกนั้นก็เพื่อนเพื่อนนายที่มาลาบนชานชลาไง
พวกเขามองรถไฟห่างออกไปด้วยรอยยิ้มห่วงใย
นายเอง นายก็โบกมือลาและนึกว่าพวกเขาจะคิดอย่างไร
บางคนคิดว่านายทำพลาดและกำลังฝันเฟื่องไป
แต่ละคนคาดเดาว่าการเดินทางจะนานแค่ไหน
รถไฟหลายขบวนตกรางเมื่อเจอพายุลูกแรกโหมใส่
ความรักยิ่งใหญ่เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมนายมากมาย
ตั้งแต่วันแรก ต้องเลือกตู้ขบวนก่อนอื่นใด
จะที่นั่งริมทางเดินหรือข้างหน้าต่าง ต้องหาที่นั่งถูกใจ
นายจะเลือกเลิฟสตอรีแบบตู้ชั้นหนึ่งหรือชั้นสองของรถไฟ

กิโลเมตรแรกแรก นายมองแต่ใบหน้าของเธอ  ไม่มองอื่นรอบกาย
ทิวทัศน์ที่เคลื่อนไปหลังหน้าต่าง นายไม่ใส่ใจ
นายรู้สึกมีชีวิตชีวา สบายใจและลืมเวลาไป
นายรู้สึกดีเสียจนอยากจูบนายตรวจเข้าให้
แต่ความปาฏิหาริย์เกิดแค่ชั่วขณะ และเรื่องราวของนายก็ไม่สดใส
ตัวนายเอง นายบอกว่านายทำอะไรไม่ได้และมันเป็นความผิดของเธอไม่ใช่ใคร
เสียงรถไฟทำนายมึน และเวลารถเลี้ยวนายคลื่นไส้
นายต้องลุกขึ้น นายต้องออกเดิน  นายจะได้หายมึนหัวใจ
แล้วรถไฟก็ชะลอความเร็ว และถึงจุดจบเรื่องราวความรักของนาย

ยิ่งกว่านั้น เพื่อนเพื่อนนายยังอยู่อีกสถานี นายมันเหมือนไอ้งี่เง่า
นายบอกลาผู้หญิงที่นับแต่นี้นายเรียกว่าแฟนเก่า.
ในสมุดนัดของเธอ ชื่อนายจะหายเกลี้ยงเกลา

ใช่เลย เรื่องราวความรักนั้นเหมือนการเดินทางด้วยรถไฟ
แล้วเวลาเห็นผู้โดยสารพวกนี้ ผมก็อยากจะเดินทางไป
นายว่ามีคนรอบนชานชลากันมากมาย เพราะอะไร
นายว่าคนเรากลัวมาสายขนาดนั้นกัน ทำไม

สำหรับหลายคน ทั้งชีวิตเป็นการพยายามขึ้นรถไฟ
ไปรู้จักว่าความรักคืออะไรและห่อหุ้มร่างกายด้วยความอิ่มใจ
สำหรับหลายคน จุดประสงค์คือการไปถึงช่วงเวลาดีดี
เพื่อเดินทางให้ถึงจุดหมายและมีช่องทางสู่ความสุขี

ขึ้นรถไฟน่ะมันง่าย แต่ต้องขึ้นให้ถูกขบวน
ผมน่ะขึ้นมาแล้วสองสามขบวน แต่มันก็ยังไม่ถูกขบวน
เพราะรถไฟพวกนั้นเอาแต่ใจ และบางขบวนขึ้นไม่ได้
และผมไม่คิดด้วยว่ากับรถไฟฝรั่งเศสมันจะเป็นไปได้

มีหลายคน รถไฟประท้วงหยุดงานตลอดกาล
และเรื่องราวความรักของพวกเขามีอยู่แต่ในความฝัน
และยังมีพวกที่รีบขึ้นรถไฟขบวนแรกโดยไม่สนใจ
แต่พวกเขาส่วนใหญ่จะกระโดดลงที่สถานีต่อไป
มีผู้หญิงหลายคนกลัวจะผูกพัน เพราะพวกเธออ่อนไหวเกินไป
สำหรับพวกเธอ การโหนกับรถไฟมันเสี่ยงเกินไป
และมีพวกชอบผจญภัยที่เดินทางแบบไม่ขาดช่วง
พอเรื่องหนึ่งจบ พวกเขาเริ่มต้นใหม่ทันท่วง

ผมเอง หลังจากการเดินทางจริงจริงครั้งเดียว ผมเจ็บปวดอยู่เป็นเดือนเดือน
เราตกลงเลิกกัน แต่เธอตกลงมากกว่าผมน่ะเพื่อนเพื่อน
ตั้งแต่นั้น ผมเตร็ดเตร่ตามชานชลามองดูรถไฟเคลื่อนตัวออก
มีประตูหลายบานเปิดออก แต่ในสถานี ผมรู้สึกนอกคอก

ดูเหมือนว่าการเดินทางด้วยรถไฟส่วนใหญ่จะจบได้ไม่สวย
ถ้านายเป็นอย่างนั้น อดทนไว้ ทำใจดีดีไว้ด้วย
เพราะที่แน่แน่อย่างหนึ่ง  มันจะมีสถานีสุดสายเสมอ
ตอนนี้เราเตือนนายแล้ว คราวหน้านายขึ้นรถเมล์นะเออ


Grand Corps Malade
กรองด์ คอร์ปส์ มาลาด
(
ร่างใหญ่กระเสาะกระแสะ)


* อธิชา มัญชุนากร กาบูล็อง แปล

หวัดดีเพื่อนร่วมรุ่น 
เรายังไม่มีอะไรมาอวด โรงงานของชโยยังปิด 
แต่เรามีข้อคิดดีๆจากนักเขียนที่เรานับถือ ทั้งตัวหนังสือ และตัวจริง
พี่เป้ นั่นเอง 
(เริ่ม)
งานเขียนเป็นงานที่พิสูจน์กันทั้งชีวิต ดูการ "ยืนระยะ"
ในการทำงาน ว่าใครจะมา "ตากอากาศ"
(ได้ชื่อนิดหน่อยก็มีความสุข พอแล้ว ไปทำอย่างอื่นต่อ ซึ่งก็ไม่ได้ผิดอะไร)
หรือว่าใครจะมาเป็น "มืออาชีพ"
บางคนที่มาตากอากาศ เก่งกว่ามืออาชีพก็มีถมไป แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นไม่มีอะไรเป็นสาระนักหรอก
เรารักชอบอะไรก็ทำไปชโย ชีวิตแสนสั้น เป็นความรับผิดชอบของเราเองแต่ละคน
ที่จะเติมคำในช่องว่างของคำว่าชีวิต  (ชีวิต=............) และมันไม่มีถูกผิดหรอก
สำคัญเพียงว่าเกิดมาแล้วควรนะ ควรจะเป็นคนดี ทำดีเท่าที่ทำได้
ไหนๆ เราก็สมองใหญ่กว่าสัตว์อื่นๆ นี่เนอะ มีความสุขกับการเขียน
นั่นล่ะ พรอันประเสริฐที่สุดสำหรับคนที่รักการเขียนนะ จำไว้...
อื่นๆ ล้วนเป็นเรื่องไร้สาระ ทั้งชื่อเสียง เงินทอง รางวี่รางวัลที่ตามมา
เอ็งจงอย่าไปไล่งับสิ่งเหล่านั้น เขียนเสร็จอยากประกวดก็ส่งไป ส่งไปได้ ก็รับเงินมา
แดกเหล้าเมา ฮา ก็พอแล้น ลงโล่รางวัลเหี้ยห่าไร ใส่หลุมฝังดินกลบไว้
ไม่ก็ซุกในลิ้นชัก จะได้ไม่ยึดติด ไม่แบก แล้วก็จะไม่ "หนัก" ในที่สุด
ฝากส่งต่อ หรือ บอกเพื่อนๆ เราต่อเกี่ยวกับประเด็นที่มันมีประโยชน์เหล่านี้ด้วย
(จบ)